20 กุมภาพันธ์ 2562 ลำพูนวิกฤติหนัก ไฟป่า 29 แห่ง เอาจริงสั่งห้ามเผา เชียงใหม่จับแล้ว 1

เจ้าหน้าที่ระดมดับไฟป่า กันอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่ศูนย์บัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ที่ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 สั่งการให้นำเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ พร้อมกำลังทหารบินไปสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดับไฟป่าในพื้นที่ดอยขะม้อ ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน หลังพบข้อมูลจากดาวเทียมยังมีไฟป่าลุกไหม้พื้นที่ 29 จุด และค่า PM 2.5 ยังเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

นายวรยุทธ เนาวรัตน์ รอง ผวจ.ลำพูน พร้อมด้วยนายชาตรี กิตติธนดิตถ์ นายอำเภอเมืองลำพูน นำกำลังปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิกกองอาสา กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน สนธิกำลังร่วมกับทหารพรานที่ 36 แม่สะเรียง กกล.รส.ลพ.กอ.รมน.ลพ. รวมทั้งสิ้น 278 นาย เข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าภาคพื้นดินที่ดอยแม่ขะม้อ ลงพื้นตลอดทั้งวันจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ

ขณะที่นายจรัล สอาดจิตต์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ ประจำฐานปฏิบัติการดับไฟป่า จ.ลำปาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และชุดดับไฟป่า เดินออกลาดตระเวนบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง เกิดไฟไหม้ป่าเป็นวงกว้าง ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง สามารถควบคุมไฟไว้ได้เสียหาย 30 ไร่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในช่วงห้ามเผาป่าเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.-10 เม.ย. กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน แจ้งชาวบ้านในพื้นที่ ห้ามเผาป่าโดยเด็ดขาด หากพบฝ่าฝืนให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า คณะทำงานศูนย์อำนวยการ สั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าใน จ.เชียงใหม่ ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับกำชับไปยังนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอในพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายห้ามการเผาทุกชนิดไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. หากพื้นที่ใดที่จะบริหารจัดการเชื้อเพลิง หรือการเผา ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอในแต่ละพื้นที่ และต้องรอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ ไปก่อน ขณะเดียวกันกำหนดจุด Hotspot หรือจุดความร้อน ในปีนี้ต้องไม่เกิน 520 จุด ตามรายงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จนถึงขณะนี้ พบว่ามีจุดความร้อน 230 จุด เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางศูนย์ และทุกอำเภอต้องควบคุมแก้ไขปัญหาหมอกควัน และไฟป่าอย่างจริงจัง พร้อมให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่งดเผากันอย่างจริงจัง

พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ รับรายงานจาก พ.ต.อ.ธนเดช ประสานเสียง ผกก.สภ.แม่แจ่มว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตำรวจสายตรวจออกตรวจไปตามถนนสายแม่แจ่ม-ดอยอินทนนท์ ไปถึงบ้านเหล่าป่าก่อ หมู่ 4 ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม พบนายนพ นิปุนะ อายุ 62 ปี อยู่บ้านหมู่ 2 ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ขณะจุดไฟเผาหญ้าข้างถนน เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาห้ามมิให้ผู้ใดเผา หรือกระทำการด้วยประการใดๆ ภายในระยะ 500 เมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควัน หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถ คุมตัวส่งดำเนินคดี ถือว่าเป็นการจับกุมชาวบ้านลักลอบเผาป่าเป็นรายแรกของ จ.เชียงใหม่

สำหรับสถานการณ์หมอกควัน และคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.พ. สถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก ส่วนพื้นที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 26-56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่ ต.เวียง อ.เมืองพะเยา และ ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา ออกประกาศห้ามเผาเด็ดขาดเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ-15 เม.ย. พร้อมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศ พร้อมรณรงค์ให้กับประชาชนแต่ละพื้นที่ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้มีการเผาขึ้นแต่อย่างใด เพื่อลดปัญหาหมอกควันดังกล่าว สำหรับสภาพอากาศพื้นที่ จ.พะเยา ยังมีหมอกควันกระจายไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกควัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเช้าจนถึงช่วงเย็น

ขณะที่นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีฝนตกลงมาทั่วทั้ง 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่น ส่งผลให้สภาพอากาศดีขึ้นอย่างมาก วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI อยู่ที่ 100 ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลาง ระดับสีเหลือง ประชาชนออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและคุมเข้มมาตรการป้องกันฝุ่นเช่นเดิม

ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปริมาณ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ลดลงจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ. มีค่าฝุ่นละออง 7-29 มคก./ลบ.ม ปริมาณฝุ่นละอองยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี ถึงดีมาก

สำหรับการดำเนินงาน ที่ผ่านมา คพ. ร่วมกับบก.จร. เขตดุสิต และเขตทวีวัฒนา ตรวจสอบตรวจจับรถควันดำตามมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ใน กทม. บนถนนพระราม 5 เขตดุสิต ถนนพระราม 9 เขตสวนหลวง ถนนพุทธมณฑลสาย 2 และถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา เรียกรถตรวจสอบควันดำ 213 คัน เป็นรถขนาดใหญ่ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก จำนวน 116 คัน พบรถควันดำเกินมาตรฐาน 39 คัน รถยนต์ ขนาดเล็กตาม พ.ร.บ.จราจรฯ จำนวน 97 คัน ควันดำเกินมาตรฐาน 23 คัน พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราวกับรถที่มีควันดำเกินมาตรฐานเป็นเวลา 30 วัน ขณะที่กรมการขนส่งทางบก ตรวจจับรถควันดำ 1,066 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 581 คัน รถโดยสาร 74 คัน และออกหนังสือเตือนให้ปรับปรุงรถ 722 คัน พบควันดำ 25 คันเกินเกณฑ์ที่กำหนดได้พ่น “ห้ามใช้” ทุกคัน และลงโทษปรับในอัตรา 5,000 บาท

ขณะที่สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 26-56 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ 53 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน 56 มคก./ลบ.ม. ต.เวียง อ.เมืองพะเยา 54 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น 51 มคก./ลบ.ม. กรมควบคุมมลพิษ
ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละออง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1500223